ท่วงทำนองการเขียนหนังสือในร้านหนังสือออนไลน์ชื่อดัง

สวัสดีครับทุกท่านเป็นอย่างไรกันบ้างครับกับการรีวิวหนังสือในร้านหนังสือออนไลน์ชุดนิยายของส.พลายน้อยทั้งสี่เล่มซึ่งประกอบไปด้วย พฤกษนิยาย, สัตวนิยาย, เทวนิยายและอมนุษยนิยาย ไม่ทราบว่าพี่ๆ เพื่อนๆ ชอบเล่มไหนกับบ้างครับซึ่งสำหรับผมแล้วนั้นบอกเลยครับว่าชอบทุกเล่มจนถึงขนาดซื้อเก็บเป็นแบบ Boxset ทั้งเอาไว้อ่านเองและไว้เพื่อเป็นของขวัญให้กับผู้หลักผู้ใหญ่เลยครับ ส่วนสาเหตุที่ทำให้ร้านหนังสือออนไลน์ต้องมาพูดถึงเรื่องราวของหนังสือชุดนิยายนี้อีกครั้งหนึ่งนั้นก็เนื่องมาจากว่ามีหลายคนเคยเห็นผมพูดถึงท่วงทำนองการเขียนที่เป็นเอกลักษณ์ของส.พลายน้อยเลยอยากที่จะรู้ว่าเขานั้นมีสวิธีการเขียนอย่างไรจึงทำให้คนอ่านติดกันอย่างงอมแงมดังนั้นในบทความตอนนี้ผมจะมาพูดถึงเอกลักษณ์ของงานเขียนที่มีอยู่ในหนังสือของส.พลายน้อยครับ เอกลักษณ์ในร้านหนังสือออนไลน์งานเขียนอย่างแรกเลยของส.พลายน้อยก็คือเรื่องของข้อมูล ส.พลายน้อยจะมีการใส่ข้อมูลจากแหล่งที่มาต่างๆ ลงในผลงานของตนเองเยอะถึงยากมากโดยมักจะพยายามยกมาจากแหล่งต่างๆ เพื่อให้เห็นข้อมูลที่แตกต่างกันและนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบเพื่อให้คนอ่านได้รับความรู้ในเรื่องนั้นๆ มากขึ้นและถ้าหากเป็นผลงานที่เป็นชุดอย่างเช่นหนังสือชุดนิยายนี้เขากด็จะพยายามเขียนเนื้อหาให้มีจุดเชื่อมโยงกันทำให้คนอ่านสนใจและต้องซื้อเล่มอื่นๆ ไปด้วยเพื่อความครบถ้วนสมบูรณ์ของเนื้อหาซึ่งการเขียนในรูปแบบนี้บ้านเราหาคนเขียนได้น้อยครับและส.พลายน้อยเองก็เป็นนักเขียนหนึ่งในจำนวนน้อยนั้นที่สามารถถ่ายทอดมันออกมาได้อย่างสมบูรณ์

นิยายโดนแสกนเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต

ต้องยอมรับกันอย่างหนึ่งครับว่าด้วยความที่เทคโนโลยีในสมัยนี้ก้าวไกลไปมากทำให้โอกาสในการเผยแพร่หนังสือต่างๆ ผ่านทางอินเตอร์เน็ตทำกันได้ง่ายขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาหนังสือนิยายต่างๆ ที่กำลังเป็นที่นิยมไม่ว่าจะเป็นหนังสือนิยายของไทยหรือนิยายแปลต่างประเทศก็ตามก็ยังโดนพิษจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้วยการนำเอาหนังสือนิยายนั้นไปแสกนพร้อมส่งเป็นไฟล์ไปให้เพื่อนหรือคนรู้จักเซฟไปอ่านต่อทำให้ไม่ต้องเสียเงิน เสียทองในการซื้อหนังสือนิยายอ่าน ถ้าจะถามว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผิดหรือไม่ผมเองตอบได้ทันทีเลยครับว่าผิดและยังเป็นความผิดที่ร้ายแรงอีกด้วยเพราะเนื่องจากว่านิยายหรือผลงานเขียนนั้นถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนหากมีการนำไปดัดแปลง เผยแพร่ ทำซ้ำโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของลิขสิทธิ์ซึ่งก็อาจจะเป็นตัวผู้เขียนนิยายเองหรือสำนักพิมพ์ที่ซื้อลิขสิทธิ์นิยายมาเพื่อตีพิมพ์ออกขายนั้นถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ซึ่งหากตรวจพบหรือมีการจับกุมก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมายซึ่งมีทั้งจำและทั้งปรับครับ แต่อย่างไรก็ตามด้วยความที่เทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ตนั้นมีความเป็น World Wide ดังนั้นเมื่อมีการเผยแพร่ไปครั้งหนึ่งมันก็จะมีการส่งต่อๆ กันไปอย่างรวดเร็วทำให้แพร่กระจายไปแหล่งต่างๆ เป็นจำนวนมากทำให้ยากต่อการสืบหาต้นตออีกทั้งหากเอาผิดกับผู้ที่โหลดมาอ่านเป็นคนสุดท้ายก็ดูจะไม่เป็นการยุติธรรมเพราะบางครั้งคนเหล่านั้นก็ไม่รู้เรื่องด้วยดังนั้นเจ้าของลิขสิทธิ์ที่พอจะทำได้ก็คือการรณรงค์นั่นเองครับ

โรมิโอแอนด์จูเลียต

เมื่อพูดถึงนักประพันธ์นิยายมือหนึ่งระดับโลกอย่างวิลเลี่ยม เชคสเปียร์แล้วเชื่อแน่นอนครับว่าหลายคนย่อมต้องนึกถึงนิยายดังระดับโลกอย่างโรมิโอกับจูเลียต นิยายที่ถือเป็นโศนาฎกรรมของความรักอันเป็นผลพวงระหว่างความแค้นของทั้งสองตระกูลอย่างแน่นอนซึ่งนิยายเรื่องนี้มีความแปลกอยู่ตรงที่ว่าไม่ว่าจะอ่านต้นฉบับที่เป็นภาษาอังกฤษล้วนๆ หรือจะแปลมาเป็นภาษาไทยก็ตามทีแต่ความสนุกสนานและอรรถรสของมันกลับไม่ได้ลดลงไปจากเดิมเลยแม้แต่น้อยครับ โรมิโอแอนด์จูเลียตนั้นเป็นเรื่องราวความรักของคนในตระกูลมองตากิลกับตระกูลคาปูเลตที่ทั้งสองตระกูลนั้นไม่ถูกกันและมีความขัดแย้งกันมานแล้วแต่กามเทพก็ดันเล่นตลกให้โรมิโอและจูเลียตที่เป็นลูกชายและลูกสาวของทั้งสองตระกูลได้มารักและชอบพอกัน เมื่อหมดสิ้นหนทางไม่รู้จะทำอย่างไรจูเลียตจึงคิดแผนแกล้งตายขึ้นด้วยการกินยาชนิดพิเศษที่ทำให้ผู้กินมีลักษณะเหมือนคนตายและฟื้นคืนชีพในเวลาต่อมาส่วนโรมิโอนั้นเมื่อเห็นจูเลียตสิ้นชีพก็คิดว่าเธอนั้นตายจริงจึงได้คว้ายาพิษของแท้มากินเพื่อตายตามและเมื่อจูเลียตตื่นขึ้นมาและเห็นโรมิโอตายก็เศร้าใจจึงกินยาตายตามสรุปคือตายทั้งคู่เป็นอันจบเรื่อง มีข้อแนะนำสำหรับการอ่านนิยายเรื่องนี้ให้สนุกก็คืออยากให้อ่านทุกบททุกตัวอักษรเพราะความสนุกสนานของนิยายเรื่องนี้นั้นอยู่ในตัวอักษรและคำพูดที่ตัวละครใช้นั่นเองครับ

นิยายเรื่องแผลเก่า เป็นนิยายเก่าที่แฝงความรักอมตะไว้ตลอดกาล

เมื่อพูดถึงเรื่องของเจ้าพ่อไทรแห่งทุ่งบางกะปิแล้วเชื่อว่าคงไม่มีคอนิยายคนไหนที่ไม่รู้จักเรื่องแผลเก่าเพราะเนื่องจากว่านิยายแผลเก่านั้นเป็นบทประพันธ์อันอมตะของไม้เมืองเดิมที่แสดงให้เห็นถึงความรักของสองหนุ่มสาวที่มั่นคงต่อคำสัญญาจนวันตาย เรื่องราวของแผลเก่านั้นเกิดขึ้น ณ ทุ่งบางกะปิ ที่เวลานั้นยังคงเป็นท้องทุ่งอันเวิ้งว้าง และที่กลางทุ่งนั้นเองมีศาลเจ้าพ่อไทรอันศักดิ์สิทธิ์ตั้งตระหง่านอยู่รอคนมากราบไหว้รวมไปถึงอ้ายขวัญและอีเรียมสองชายหญิงที่มาสาบานต่อหน้าเจ้าพ่อไทรว่าจะรักกันตลอดไปจนกว่าจะตายจากกัน แต่แล้วมีเหตุให้อีเรียมต้องไปอยู่ที่บางกอหรือกรุงเทพเพราะเนื่องจากว่าโดนขายให้ไปเป็นคนใช้แต่ด้วยบุญพาวาสนาส่งที่อีเรียมดันมีหน้าตาไปเหมือนกับลุกสาวของเจ้านายที่เพิ่งเสียไปจึงทำให้อีเรียมมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างสุขสบายและใช้ชีวิตอยู่ที่บางกอกหลายปีปล่อยให้อ้ายขวัญนั่งเฝ้ารออย่างหมดอาลัยตายอยากเพราะคิดว่าอีเรียมนั้นได้ดิบได้ดีและคงจะลืมหนุ่มบ้านนอกจนๆ อย่างเขาไปเสียแล้ว แต่แล้วเมื่ออีเรียมกลับมายังบ้านเกิดอีกครั้งเธอเองก็มีโอกาสปรับความเข้าใจกับอ้ายขวัญจนเข้าใจกันดีแต่ในที่สุดก็เกิดเรื่องขึ้นเมื่ออ้ายขวัญเกิดหึงอีเรียมที่จะไปเรียนต่อที่บางกอกขึ้นมาและคิดว่าเธอมีใจให้กับสมชายจึงได้บันดาลโทสะพังเรือทำให้โดนตามล่าและโดนยิงตายฝ่ายอีเรียมเห็นเช่นนั้นก็เสียใจเป็นอันมากจึงได้กรีดข้อมีดและตายตามอ้ายขวัยไป

นิยายสุดคลาสสิค “บ้านทรายทอง”

หากใครก็ตามที่เป็นแฟนของนักเขียนนิยายชื่อดังอย่าง ก.สุรางคนางค์แล้วล่ะก็ผมเชื่อเหลือเกินครับว่าย่อมต้องคุ้นเคยและเคยได้อ่านนิยายเรื่อง “บ้านทรายทอง” กันอย่างแน่นอนเพราะเนื่องจากว่านิยายเรื่องนี้ได้มีการเขียนขึ้นตั้งแต่พุทธศักราช 2493 เป็นต้นมาเลยทีเดียวเชียวครับ เรื่องราวของบ้านทรายทองนั้นเป็นเรื่องราวของพจมาน หญิงสาวชาวบ้านนอกที่ต้องระเห็ดจากบ้านเพื่อมาเรียนหนังสืออยู่ที่กรุงเทพตามคำสั่งเสียของผู้เป็นพ่อโดยมาพักอาศัยอยู่กับตระกูลพรรณรายที่เป็นตระกูลลูกพี่ลูกน้องเครือญาติกัน  ชีวิตของพจมานในขณะที่อยู่กับตระกูลพรรณรายนั้นไม่ได้สุขสบายเลยเพราะทุกคนในบ้านปฏิบัติกับเธอราวกับเธอนั้นเป็นคนรับใช้ไม่ว่าจะเป็นคุณหญิงแม่เจ้าของตระกูลพรรณรายและเป็นเจ้าของคฤหาสน์บ้านทรายทองหรือแม้แต่กระทั่งหญิงเล็กลูกสาวคนสุดท้องของบ้านก็ล้วนแล้วแต่รังเกียจพจมานด้วยกันทั้งสิ้นมีเพียงแค่คุณหญิงใหญ่และชายกลางเท่านั้นที่รู้สึกสงสารพจมานและคอยให้กำลังใจพจมานอยู่เสมอๆ ซึ่งภายหลังแล้วด้วยความดีของพจมานที่ดีกับทุกคนในบ้านรวมไปถึงยังคอยดูแลชายน้อยที่เป็นง่อยอย่างไม่รังเกียจทำให้ชายกลางรู้สึกประทับใจในตัวของพจมานเป็นอันมากและทำให้เขาขอแต่งงานกับพจมานในที่สุดทำให้พจมานได้กลายเป็นคุณหญิงพจมาน นิยายเรื่องบ้านทรายทองนี้ได้รับการดัดแปลงมาทำเป็นละครเวทีไม่น้อยกว่า 5 ครั้งและเป็นละครลงจอแก้วไม่น้อยกว่า 10 ครั้งซึ่งถือว่เป็นนิยายที่ได้รับการนำมาทำเป็นละครเวทีและละครโทรทัศน์มากที่สุดในปัจจุบันครับ